หาดทรายสีขาวนวลทอดยาวไปจนสุดสายตาตัดกับสีเขียวเข้มของท้องทะเลในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คลื่นเล็กๆลูกแล้วลูกเล่าสาดซัดขึ้นมาบนชายหาดทิ้งซากเปลือกหอยสีสวยเรียงรายให้เด็กๆวัยซนราว3-4คนที่วิ่งเล่นวนไปวนมาได้แย่งกันเก็บอย่างสนุกสนาน เสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าวทำให้กลุ่มผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งแกะปลาออกจากอวนหันไปดูพลางยิ้มอย่างเอ็นดู ชีวิตของชาวประมงหมู่บ้านอินดัล แคว้นเคนท์นั้นสงบเงียบและเรียบง่าย ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านจะออกเรือไปหาปลาก่อนอรุณจะรุ่งและจะกลับเข้ามาเมื่ออาทิตย์ฉายแสง ปลาและสัตว์น้ำที่หามาได้จะถูกแจกจ่ายให้ทุกครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นข้าวของที่จำเป็นกับหมู่บ้านข้างเคียง

“ฟลิกซ์! “

เสียงหวานๆที่ตะโกนเรียกทำให้ชายหนุ่มร่างกำยำที่กำลังสาละวนอยู่กับการสาวอวนที่เต็มไปด้วยปลาส่งให้กับเพื่อนร่วมงานที่รอรับอยู่ข้างล่างของเรือต้องหันกลับไปมอง ร่างบางในชุดขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนยืนเกาะอยู่ที่กราบเรือด้านซ้าย ดวงหน้าใสของสาวน้อยวัยแรกแย้มส่งยิ้มหวานให้

“วันนี้ได้ปลาเยอะไหม?”

“ก็พอควรน่ะ”

ร่างสูงละมือจากงานที่ทำอยู่ปล่อยให้เพื่อนอีกคนขึ้นมาแทน ส่วนตัวเองกระโดดลงจากเรือลงมาหาคู่หมั้นแสนสวย เอมิเลียเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของหัวหน้าหมู่บ้านอินดัลและเป็นสาวงามติดอันดับของหมู่บ้านในแถบนี้ แขนแกร่งรวบร่างบางเข้ามาไว้แนบอกอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นสายตาของคนอื่นๆจ้องมาที่ตัวเขาอย่างอิจฉา

“วันนี้ข้าจะเข้าไปในเมือง เจ้าอยากได้อะไรบ้างไหมเอมิเลีย?”

จมูกโด่งจัดฝังลงบนเรือนผมของคนรักสูดกลิ่นหอมอ่อนๆอย่างชื่นใจ สาวน้อยหน้าแดงซ่านก้มหน้างุด

“อย่า…”

“อายอะไรกัน….พรุ่งนี้เจ้าก็จะมาเป็นเจ้าสาวของข้าแล้วนะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้มเมื่อมือเล็กๆทุบเข้าให้ที่แผงอกกำยำก่อนที่ร่างในอ้อมกอดจะหมุนตัวหันหลังให้อย่างงอนๆ

“ฟลิกซ์…”

เสียงใสๆปนสนเท่ห์จากร่างบางทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นมองไปทางทะเลตามที่มือขาวนวลชี้

“เรือของใครน่ะ?”

ท้องทะเลที่เวิ้งว้างเมื่อครู่เต็มไปด้วยเรือไม้ทรงแคบยาวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ปรากฎขึ้นมากระทันหันราวกับจู่ๆก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า บนเรือทุกลำมีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันในชุดพร้อมรบยืนจ้องมาทางชายฝั่งด้วยใบหน้าถมึงทึง ฟลิกซ์ขมวดคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะหันไปตะโกนบอกพรรคพวกคนอื่นๆที่ยังไม่รู้ตัวถึงการมาเยือนของอาคันตุกะประหลาด

คนอื่นๆเริ่มวางมือจากงานที่ทำและมายืนออกันที่ชายหาดอย่างสงสัย พวกเขาไม่เคยเห็นกองทหารในชุดพร้อมรบมาก่อนจึงไม่ได้ระแวงในตัวแขกผู้มาเยือนสักนิด มาเริ่มเอะใจก็เมื่อเรือลำแรกเข้ามาเทียบฝั่งพร้อมกับคนบนเรือที่กรูกันลงมาพร้อมกับดาบขาววับในมือ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมแสยะยิ้มอย่างประสงค์ร้าย

“พวกทางเหนือ!”

ใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาอย่างหวาดกลัวทำให้ฟลิกซ์เย็นวาบไปจนตลอดไขสันหลัง เขายังจำได้ถึงเรื่องที่คนจากหมู่บ้านที่อยู่ถัดขึ้นไปเล่าให้ฟังถึงความดุร้ายเหี้ยมเกรียมของนักรบจากทางเหนือที่เข้าปล้นหมู่บ้านคาลล์เมื่ออาทิตย์ก่อน สิ่งมีชีวิตในหมู่บ้านถูกฆ่าเรียบไม่เว้นแม้แต่เด็กและผู้หญิง ของมีค่าถูกรื้อค้นและหมู่บ้านถูกเผาจนเป็นจุณ

“เอมิเลีย! หนีเร็ว”

ชายหนุ่มผลักร่างคนรักให้ออกวิ่งในขณะที่ตัวเองคว้าพายไม้ขึ้นมาถือไว้ป้องกันตัว เหงื่อใสๆผุดพรายเต็มใบหน้า เขารู้ดีว่าไม่มีทางสู้ผู้รุกรานได้แต่อย่างน้อยก็ขอให้คนที่เขารักหนีไปได้อย่างปลอดภัย

“กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องแหลมที่ดังขึ้นทำให้ฟลิกซ์สะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มหันควับกลับไปตามเสียงร้อง ดาบขาวเป็นประกายวะวับวางพาดอยู่บนต้นคอขาวนวลของสาวน้อยที่ยืนตัวสั่นงันงก ใบหน้านวลใสอาบไปด้วยคราบน้ำตาของความหวาดกลัว เจ้าของมือใหญ่ที่กุมดาบเป็นชายร่างสูงในชุดคลุมยาวสีดำสนิทราวกับท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงดาว เรือนผมยาวสลวยสีเงินเปล่งประกายยาวประบ่ากว้าง ใบหน้าแกร่งงามสง่าด้วยเครื่องหน้าที่คมเข้มเยี่ยงชายชาตรี ไม่ว่าจะเป็นคิ้วหนาได้รูปสีเงินที่ทอดยาวไปจนสุดหางตา จมูกโด่งจัดและริมฝีปากหยักได้รูปสีสดที่หุบสนิท แข้งขาของฟลิกซ์แทบจะหมดแรงทรงกายเมื่อสบเข้ากับดวงตาทรงอำนาจคู่นั้น ดวงตาสีแดงก่ำราวกับมีไฟลุกโชติช่วงอยู่ภายใน!

“ช่วยข้าด้วย ฟลิกซ์!”

เอมิเลียร้องไห้อ้อนวอนด้วยกระแสเสียงราวกับจะขาดใจ แต่ขาของชายหนุ่มราวกับจะถูกตรึงไว้กับที่ด้วยแรงดึงดูดจากดวงตาคู่นั้น เขาไม่อาจจะขยับได้แม้สักครึ่งก้าวแม้แต่ตอนที่ดาบขาววับตวัดฟันลำคอบางระหงของคู่หมั้นสาวดังฉับ หัวของสาวน้อยวัยแรกแย้มหลุดจากลำคอกลิ้งหลุนๆมาหยุดที่แทบเท้าเขา ดวงหน้านวลใสที่เพิ่งแย้มยิ้มให้กับเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเปรอะไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นทราย ดวงตาคู่งามเบิกค้างราวกับจะตัดพ้อ เลือดสดๆไหลออกมาจากมุมปากเป็นสาย

“เอมิเลีย!”

ชายหนุ่มตะโกนเสียงหลง เลือดจากลำคอของร่างบางพุ่งกระฉูดราวน้ำพุ บางส่วนกระเด็นไปติดบนใบหน้าแกร่งที่ยังคงสงบนิ่งไร้อารมณ์ราวกับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำอันโหดเหี้ยมของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกระโจนจากที่เข้าไปรับร่างไร้ชีวิตของอดีตคู่หมั้นที่กำลังซวนซบลงกับพื้นทราย เลือดสีแดงฉานย้อมเสื้อสีอ่อนของเขาจนชุ่มโชกแต่เขาก็ไม่สนใจกลับโอบรัดร่างนั้นแน่นเข้า ปากก็ตะโกนเรียกชื่อคนรักราวกับบ้าคลั่ง หมดสิ้นความสนใจกับสภาพรอบตัวโดยสิ้นเชิง เสียงการต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของเขาเลยแม้แต่น้อย

“เอมิเลีย!เอมิเลีย!เอมิเลีย!”

ชายหนุ่มคว้าอาวุธที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมากำแน่น ความคั่งแค้นประทุขึ้นมาจนลืมตัว ร่างกำยำโผนเข้าหาชายหนุ่มผมเงินที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่หมายจะใช้พายในมือฟาดเจ้าฆาตกรให้ตายคามือ แต่ก่อนที่ไม้พายจะได้สัมผัสกับร่างสูงนั้นฟลิกซ์ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงของมีคมที่ฟันผ่านตัวเขาทางเบื้องหลัง ร่างของชายหนุ่มชาวประมงทรุดฮวบลงทันทีเลือดสีแดงเข้มสาดกระจาย ลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดลงในฉับพลันนั้นเอง

“เจ้าจะยืนทื่อหาอะไรเฟนริล!”

เสียงห้วนกระชากดังมาจากร่างสูงในชุดรบไม่ต่างอะไรไปจากบริวารรอบข้างที่กำลังเมามันกับการไล่ฟาดฟันชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้ ชายหนุ่มผมเงินเหม่อมองไปทางชายหาด เด็กน้อย2คนที่เคยวิ่งเล่นอย่างร่าเริงก่อนที่ความหายนะจะมาเยือนกำลังร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัวที่ถูกล้อมด้วยชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัว แล้วคมดาบวาววับในมือของนักรบผู้หนึ่งก็ตวัดลง ดับเสียงร้องไห้นั้นให้เงียบสนิททิ้งไว้แต่ร่างโชกเลือดของหนูน้อยบนหาดทราย ดวงตาสีแดงก่ำตวัดขึ้นดูใบหน้าของคู่สนทนาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“หมู่บ้านอ่อนแออย่างนี้เจ้าคงจัดการเองได้สินะวอเรน งั้นข้าแยกทางกับเจ้าที่ตรงนี้แล้วกัน”

มือเรียวใหญ่คว้าหมวกเหล็กที่สวมหัวตัวเองโยนทิ้งไปเบื้องหลัง ปล่อยให้ผมสีทองเป็นลอนสลวยเปล่งประกายระยับรับแสงแดด ดวงหน้าคมคายมีแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าหมายความว่ายังไง?”

ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างเอาจริง เฟนริลมองตอบด้วยสายตาเบื่อหน่าย

“ข้าเบื่อการปล้นหมู่บ้านชาวประมงเต็มทีแล้ว ฝากบอกพ่อเจ้าด้วยก็แล้วกันว่าถ้าต้องการครองความเป็นใหญ่เหนือคาบสมุทรนี้ล่ะก็ เลิกใช้วิธีขี้ขลาดตาขาวอย่างนี้ซะทีเถอะ”

ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงนิดหนึ่งอย่างฉุนเฉียวก่อนจะหันไปตะโกนสั่งงานให้ลูกน้องของตัวเองบุกเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อปล้นทรัพย์สินตามที่เคยปฎิบัติ ส่วนตัวเองยังคงยืนจ้องชายหนุ่มผมเงินอย่างไม่ลดละ

“เจ้ากำลังดูหมิ่นพ่อข้านะเฟนริล”

ร่างสูงยืดตัวขึ้นเต็มที่ แผงอกกำยำตั้งตรงผึ่งผาย ความสูงสง่าของร่างนั้นทำให้วอเรนอดมองอย่างอิจฉาไม่ได้ แม้ว่าตัวเขาเองจะจัดว่าเป็นคนตัวใหญ่มากแล้ว แต่เมื่อมาเทียบกับคนที่อยู่ตรงหน้าก็ดูจะตัวเตี้ยไปหลายขุมทีเดียว

“ข้าแค่พูดความจริง….. ฝากบอกโลคิด้วยว่าข้าจะไปตามนัด”

เพียงชั่วกระพริบตาร่างสูงในชุดดำก็พร่าเลือนกลายเป็นร่างอันใหญ่โตมหึมาของหมาป่าสีเทาเงินขึ้นมาแทนที่ ดวงตาสีแดงก่ำจ้องดูใบหน้าที่เปลี่ยนสีเป็นซีดเผือดของคู่กรณีอยู่แวบหนึ่งก่อนจะกระโจนหายเข้าไปในแนวป่าทึบ

วอเรนใช้เท้าเตะทรายสีขาวจนฟุ้งกระจายพลางสบถลั่นก่อนจะเดินอย่างหัวเสียตามลูกน้องของตัวเองไปทางหมู่บ้าน ชั่วครู่ต่อมาเสียงหวีดร้องสับสนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณนั้นเมื่อกลุ่มนักรบใจโหดเริ่มปฎิบัติการปล้นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

สูงขึ้นไปเหนือท้องน้ำสีเขียวครามของทะเลบอลติก เหยี่ยวสีเพลิงบินวนเวียนอยู่เหนือกองทัพเรือขนาดใหญ่ที่จอดลอยลำอยู่ห่างฝั่ง ดวงตาคมกริบสีแดงก่ำจ้องเขม็งไปยังกลุ่มควันสีขาวที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือหมู่ไม้อันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านอินดัล วันนี้หมู่บ้านที่แสนสงบสุขก็ได้ถูกทำลายราบลงไปอีกหนึ่งแห่งแล้ว …..