*****************

Little Romance

*****************

 

วีนวาร์ด…ร้านอาหารขึ้นชื่อย่านใจกลางเมืองของอีสซิตี้ หนึ่งในร้านยอดนิยมที่หนุ่มๆสาวๆนิยมควงกันมาใช้บริการเพราะนอกจากราคาจะค่อนข้างสบายกระเป๋าแล้ว การตกแต่งร้านตลอดจนรสชาติอาหารและการบริการก็เรียกได้ว่าไม่แพ้ภัตรคารระดับ 5 ดาว โดยเฉพาะโต๊ะริมหน้าต่างจัดเป็นโต๊ะที่ดีที่สุด เพราะเมื่อตกค่ำจะสามารถมองเห็นถนนทั้งสายที่ตกแต่งอย่างงดงามท่ามกลางหิมะโปรยปราย....

 

เวลาขณะนี้คือบ่าย 3 ของวันเสาร์... ซึ่งควรจะเป็นเวลาที่เขา...พันเอกรอย มัสแตงกำลังเดทกับสาวสวยซักคน พาเธอไปเดินชอปปิ้งจนพอใจ และลงท้ายด้วยการมาดินเนอร์ด้วยกัน นั่งสบตาซึ้งใต้แสงเทียนพร้อมละเลียดไวน์รสนุ่ม...

 

คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ....ว่าทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

เดท….คำที่เขามั่นใจเสมอมาว่าเป็นสิ่งจรรโลงโลกและมีสรรพคุณทำให้หัวใจแช่มชื่น  แต่วันนี้เขาออกจะมั่นใจว่ามันน่าจะเป็นเดธมากกว่าเดท... และที่ควรเดธก็น่าจะเป็นไอ้เด็กอภิมหาอวดดีที่นั่งสวาปามออร์เดิร์ฟอยู่ตรงข้ามเขานี่แหละ

 

“ผู้พัน ขอไส้กรอกครึ่งนึงนะ”

ชายหนุ่มสาบานได้ว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาพยายามส่งสายตาเกี้ยวบริกรสาวทรงโต ไส้กรอกในจานตรงหน้าก็หายไปครึ่งนึงด้วยฝีมือ “คู่เดท” ของเขา

 

“เนื้อปลานี่ไม่ชอบใช่มั้ย? งั้นช่วย”

 

แล้วเนื้อปลาก็หายไปอีกชิ้น ไม่นับมันฝรั่งทอดสีเหลืองทองอีก4-5ชิ้นที่อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นเครื่องเคียงที่ขาดเสียไม่ได้ในการกินปลาย่าง

 

“ไปตายอดตายอยากที่ไหนมาฮึ? เจ้าเหล็ก” ถามพลางตีเพียะลงไปที่มือของฝ่ายตรงข้ามที่ยื่นมาพร้อมส้อม หวังจิ๊ก ไส้กรอกส่วนที่เหลือในจาน เอ็ดเวิร์ดหดมือกลับพลางยักไหล่

 

“เปล๊า... แค่รู้สึกว่าไม่เจอพักเดียวผู้พันหน้ากลมเป็นลูกชิ้นปิงปอง ก็เลยคิดว่าน่าจะได้เวลาไดเอทแล้ว”

 

ผู้พันหนุ่มพยายามสูดลมหายใจลึกๆเพื่อเรียกสติ ถึงเขาจะถูกใจความมุ่งมั่นของเอลริคคนพี่อยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยซักครั้งที่จะคิดว่ามันน่ารัก ผิดกับฮิวจ์ที่เอ็นดูเจ้านี่อย่างออกนอกหน้า เรียกว่ารองจากเรื่องภรรยาคนสวยกับหนูอลิเชีย...ลูกสาววัยใกล้จะ2ขวบ ก็มีแต่เรื่องของพี่น้องเอลริคนี่แหละที่หมอนั่นชอบเอามาพล่ามกรอกหูเขาอยู่บ่อยๆ

 

“ขอบใจ งั้นชั้นจะให้ความร่วมมือด้วย เผื่อไอ้ที่กินๆเข้าไปจะไปเสริมส่วนสูงของเธอมั่ง ไม่เจอกันหลายเดือนแต่ดูเหมือนจะไม่กระเตื้องเลยนี่”

 

 “ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!!”

 

ว่าแล้วคนตัวเล็กก็กระแทกส้อมในมือฉกทั้งไส้กรอกและปลาส่วนที่เหลือไปหน้าตาเฉย เล่นเอาเขาอ้าปากค้าง

 

“เฮ้ย! ชั้นยังไม่ได้กินเลยนะ!?”

 

“งก!!” นอกจากจะไม่คืนแล้วยังว่าเจ้าของอีกต่างหาก... สุดท้ายเขาก็แต่มองเอ็ดเวิร์ดเคี้ยวปลาตุ้ยๆพลางปลงอนิจจัง

 

....เอาเถอะ... เจ้านี่คงเดินทางไปแถวที่ห่างไกลความเจริญเป็นส่วนใหญ่  วันๆคงได้กินแต่แย้ย่างคางคกปิ้ง ปล่อยมันกินให้เต็มคราบซักวันเขาก็ไม่ล่มจมหรอก....

 

“ว่าแต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น? ไหงจู่ๆถึงใจดีพาชั้นมาเลี้ยงข้าวในที่แบบนี้ล่ะ?”

 

ร่างเล็กงับเฟรนช์ฟรายคาไว้ครึ่งนึงพลางเอียงคอถาม ดวงตาสีทองคู่สวยฉายแววสงสัยเต็มที่ เพราะทุกทีคนตรงหน้าเคยแต่ไล่ให้ไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ไม่มีซะหรอกที่จะพามากินของแพงๆแบบนี้

 

“ก็...เปล่า...” ผู้พันหนุ่มเสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ อีกมือก็เลื่อนจานอาหารที่ยังมีเฟรนช์ฟรายเหลืออยู่ให้คนที่นั่งตรงข้าม...จะได้ไม่ต้องเอื้อมจนสุดแขนแบบที่เป็นอยู่

 

“อิ่มรึยัง? จะเอาอะไรอีกมั้ย?”

 

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!!”

 

ว่าแล้วคนตัวเล็กก็กระแทกส้อมในมือฉกทั้งไส้กรอกและปลาส่วนที่เหลือไปหน้าตาเฉย เล่นเอาเขาอ้าปากค้าง

 

“เฮ้ย! ชั้นยังไม่ได้กินเลยนะ!?”

 

“งก!!” นอกจากจะไม่คืนแล้วยังว่าเจ้าของอีกต่างหาก... สุดท้ายเขาก็แต่มองเอ็ดเวิร์ดเคี้ยวปลาตุ้ยๆพลางปลงอนิจจัง

 

          ... ตัดตอนออกมาจากส่วนหนึ่งของ [Missing Records]