++ D I A R Y ++

 

N E I G H B O U R
  • Tanok
  • Kiyono
  • Nuinthelewen
  • Whitewingzero
  • Zeryu
  • Mercutery
  • Row
  • Aki
  • MIKEmomo
  •  

    R E C E N T + P O S T
  • อัพเว็บอะเกน

  • โดนหมอฟันมาล่ะ

  • วันนี้นึกครึ้ม

  • Opening Gundam Seedd Shin-Stellar Ver.

  • Lunch at J-Avenue

  • อีกหนึ่งวันกับการเสียทรัพย์

  • ผู้ชาย กล้าม และ...

  • Today is…

  • ช่วยด้วย โดนปล้น!!

  • Strike!!

  •  

    A R C H I V E
  • 10/24/2004 - 10/30/2004
  • 10/31/2004 - 11/06/2004
  • 11/07/2004 - 11/13/2004
  • 11/14/2004 - 11/20/2004
  • 11/21/2004 - 11/27/2004
  • 11/28/2004 - 12/04/2004
  • 12/05/2004 - 12/11/2004
  • 12/12/2004 - 12/18/2004
  • 12/19/2004 - 12/25/2004
  • 12/26/2004 - 01/01/2005
  • 01/02/2005 - 01/08/2005
  • 01/09/2005 - 01/15/2005
  • 01/16/2005 - 01/22/2005
  • 01/23/2005 - 01/29/2005
  • 01/30/2005 - 02/05/2005
  • 02/06/2005 - 02/12/2005
  • 02/13/2005 - 02/19/2005
  • 02/20/2005 - 02/26/2005
  • February 26, 2005

    อัพเว็บอะเกน

    อย่าเพิ่งตกใจ ว่ามันจะอัพอะไรของมันอีก...

    เนื่องจากช่วงนี้อยู่บ้านรักษาแผลที่โดนหมอฟันมา ก็เลยถือโอกาสอัพเว็บซะเลย

    คราวนี้เป็นรูปทีม SEED ในงาน Doujinfes นั่นเอง เอาของใหม่ๆมามั่ง ของเก่าๆก็ค่อยๆทยอยอัพไป ใครดูแล้ว เมนท์ได้ที่นี่น๊า โดยเฉพาะ Omake ตั้งใจคิดสุดๆ

    สำหรับรูปบางรูป ต้องขอขอบคุณ Nuinthelewen และท่านเศษฯ ที่อนุเคราะห์

    ต่อไปจะอัพอะไรก็ติดตามชมกันต่อไป แต่ไม่รับประกันว่าเมื่อไหร่นะ เหอๆ

    ช่วงไฟมาต้องรีบอัพไม่งั้นอีกสามเดือนก็คงไม่ได้อัพ -_-''

    By InSilence

    ++ Posted at 11:41 PM | 5 comments ++

     

    February 24, 2005

    โดนหมอฟันมาล่ะ

    อย่าเพิ่งตกใจว่าอยู่ๆเกิดกินอะไรผิดสำแดง มาฟงมาฟันอะไร...

    สืบเนื่องจากเมื่อต้นอาทิตย์ อยู่ๆก็เกิดอาการปวดฟัน (อะเกน) หลังจากที่เคยเป็นมารอบนึงเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ที่ไปหาหมอ ก็แค่ถอนฟันกับขูดหินปูน ตอนนั้นรู้ตัวแล้วแหละว่าเป็นฟันคุด แถมเป็นหมดสี่ซี่ บนล่างซ้ายขวา (เอาให้สนุก อ่ะ) ด้วยความที่รู้มาว่า การถอนและผ่าฟันคุดนั้นมันแสนจะเจ็บปวดยิ่งนัก โดยเฉพาะหลังผ่า แก้มจะบวมตุ่ย และอ้าปากไม่ค่อยไหว ยิ่งพูดด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ เลยทำให้เราชะงัก ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะงานที่ทำน่ะมันต้องพูดตลอดวันเลยน่ะสิ ต้องรับโทรศัพท์ลูกค้าชนิดต่อเนื่อง วางปุ๊บโทรศัพท์ดังปั๊บเลย แถมคุยกับแต่ละเจ้าก็ใช่ว่าจะแป๊บๆ อย่างงั้นอย่างงี้ จบวันทีก็เมื่อยปากเหมือนกันนะ นั่นแหละคือเหตุผลหลักๆที่ทำให้เรายังไม่กล้าผ่าซักที แต่มาคราวนี้...

    ทนไม่ไหวแล้ววววววววววววว!!

    มันปวดมาก ไม่ใช่ปวดจี๊ดๆแบบเสียวฟันนะ มันปวดลึกๆ เหมือนปวดที่เส้นประสาท แล้วมันลามไปปวดที่หัว บางทีปวดจนแถวๆตาตื้อๆไปเลย เวลาทำงานก็หงุดหงิด พาลใส่ลูกค้าไปซะอีก บางทีก็แบบกลัวว่ามันจะไปมีเอฟเฟคกับงานด้วยเลยทำให้เราตัดสินใจผ่า...

    ทีแรกยังไว้เชิง กะว่า เอาไว้ผ่าศุกร์หน้าละกัน ผ่าแล้วก็หยุดเสาร์อาทิตย์ เปิดมาวันจันทร์คงพอทำงานได้ ก็แบบว่าเสาร์อาทิตย์นี้มีโปรแกรมแล้ว อยากหนุกหนานให้เต็มที่ง่ะ แต่กลายเป็นว่า มันปวดจนเราทนไม่ไหวจริงๆ ปวดจนตัดสินใจเลยว่า จะผ่าทันทีที่สามารถนัดหมอได้

    และแล้ว เราก็นัดหมอวันนี้ตอนสี่โมงครึ่งที่ร.พ.กรุงเทพฯคริสเตียน (ที่เดิมที่เคยไปอุดฟันครั้งหลังสุด) ตื่นเต้นมากกกกกกกกก ก็เพราะมีคนขู่ไว้เยอะ ไปนั่งรอหมอก็ตื่นเต้น พอเข้าไปพบหมอ หมอก็ขู่ว่า...

    "ฟันกรามที่ขึ้นนอนมานี่มันติดกับเส้นประสาทเลยนะครับ (ชี้ให้ดูฟิมล์เอกซ์เรย์) ตอนที่ผ่า ถ้ามีการกระเทือนเส้นประสาทนี่ก็อาจจะทำให้ปากชาไปประมาณ เดือนนึง หกเดือน รึปีนึงแล้วแต่กรณี แต่ก็แค่ 1-2% นะครับ แต่ไม่ถึงกับปากเบี้ยวนะไม่ต้องห่วง"

    โห...หมอ... หมอรู้มั้ยว่าคำพูดนี้ทำให้หนูเกร็งมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนผ่านี่แบบ กลัวสุดๆว่าเกิดหมอพลั้งมือไปโดนเส้นประสาท ปากหนูนี่คงแทะเปลือกทุเรียนไม่รู้สึกเลยมั้งคะเนี่ย!?

    พีธีกรรมเสร็จตอนห้าโมงครึ่งพร้อมกับความชาที่ปาก... ผ่าเสร็จไม่พูดพล่ามทำเพลงรีบโทรศัพท์คุยทันที นัยว่าเป็นการคุยส่งท้ายก่อนจะไม่ได้คุยเพลินๆแบบนี้อีกหลายวัน

    ตอนที่พิมพ์อยู่นี้คิดว่ายาชาคงหมดฤทธิ์แล้ว...อา...ปวดดีจริงๆเลย...

    เราคงต้องรักโจ๊กและซุปไปอีกหลายวันเลยสินะ...

    By InSilence

    ++ Posted at 11:31 PM | 7 comments ++

     

    February 23, 2005

    วันนี้นึกครึ้ม

    อย่าคิดว่าข้าพเจ้านึกครึ้มอะไรพิสดารล่ะ

    เปล่าเลย...

    เพียงแค่วันนี้เป็นวันหยุดก็เลยลุกขึ้นมานั่งอัพเว็บดองข้ามปีเท่านั้นเอง... ลองไปดูกันได้ หน้า Photo อัพแล้วจ้า เอารูปที่ไปไพรเวทเรื่องเคียวไปดูเล่นก่อนก็แล้วกัน (ใครเน็ทช้าโหลดนรกแน่ เหอๆ)

    แถมตอนเย็นยังลุกขึ้นมาทำแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นด้วยนะ เดี๋ยวนี้เลยกลายเป็นธรรมเนียมที่ว่าพอวันหยุดที่ทุกคนอยู่บ้านพร้อมหน้าแม่ลูก เราก็จะทำแกงกะหรี่ให้กินกัน มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรอก ทำง่ายมากๆ (เพราะมีพี่เลี้ยงหั่นผักเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ) แต่มันอร่อยเนี่ยสิ ชอบนัก ง่ายแต่อร่อยเนี่ย...

    อีกอย่าง ไปเปิดๆตู้เก็บ CD หยิบแผ่นของวง Siam Shade มาฟัง คิดถึงช่วงที่ตามๆวง J-Rock อยู่เหมือนกัน นี่กะว่าจะหยิบของ X-Japan มาฟัง ระลึกความหลังตั้งแต่วงแรกที่เริ่มชอบเลยท่าจะดี...

    เลยพาลทำให้นึกถึงเว็บเก่าแก่ของตัวเองสมัยยังเอ๊าะๆ เหอๆ กดเปิดดู อ้อ...ยังอยู่แฮะ นั่งๆกดๆดูแล้วก็คิดถึงตอนที่ทำ นั่งแกะเนื้อเพลงเป็น Romaji ได้เป็นอัลบั้มๆ ขยันยิ่งกว่าตอนอ่านหนังสือสอบ แล้วส่วนมากตอนใกล้สอบก็มักจะเกิดฮึดมานั่งทำเว็บซะด้วยสิ ขยันไม่เป็นเวลาจริงๆ

    ดีใจที่มันยังไม่หายไป...

    เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆน้อ
    (ว่าแล้วก็จิบชา...)

    By InSilence

    ++ Posted at 6:26 PM | 3 comments ++

     

    February 22, 2005

    Opening Gundam Seedd Shin-Stellar Ver.

    มะคืนไปโหลด Mad OP ซี้ดเดสฯ ที่ทำโดยคนไทย เป็นชิน สเตล่าเวอร์ชั่น เพลงที่ใช้เป็นเพลงDESTINY ของRie คนที่ร้องเพลงReasonนั่นแหละ ส่วนภาพทั้งหลายก็ตัดต่อเอาเองจากในอนิเมบ้าง OPเก่าๆบ้าง และเพราะเห็นข้างหน้าจ่าเอาไว้ว่าMAD เราก็นึกว่าต้องฮาแตกแน่ๆ แต่ที่ไหนได้ ทำดีโก๊ด ประมาณว่าถ้าไม่ติดพวกซับที่อยู่ล่างๆ ก็เอามาเป็นOP3ของซี้ดเดสได้เลยจิงๆนะเนี่ย

    พอดูจบไปรอบนึง สิ่งที่ทำต่อไปคือ ดูมันวนไปเรื่อยๆ วนได้ประมาณ6-7รอบ วันนี้ตอนบ่ายๆเปิดคอมมา ไม่ได้ทำอะไรก็ดูOPอันนี้ ดูไปดูมา นึกอยากเขียนฟิก ชินสเต ขึ้นมาซะงั้น...

    โอ้ว จอร์จจจ!!!! ตรูนอร์มอลลลลลลลลลลลลลลลล!!!!!!!!!!!!!

    อาจจะมีคนแย้งว่า ฟิกซี้ดเดสฯที่เราแต่งไว้อันนั้นมันไม่ใช่ ชินสเตรึไง? ขอตอบว่า ไม่ใช่คับ ฟิกเรื่องนั้นเรากะให้เป็นเหมือนบทเกริ่นเรื่องของอนิเมตอนที่1 เท่านั้น แต่ที่ให้ชินกะสเตล่าเหมือนตัวนำเรื่องเพราะ.....เราสงสารง่ะ คือในอนิเมมันแทบจะไม่มีบทกันเลย โดยเฉพาะฝั่งสหพันธ์ (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาทำไมเยอะแยะ ทั้งที่เนื้อหาก็ยังเน้นไปที่ตัวละครเก่าให้เป็นตัวชูโรง) และด้วยเหตุนี้ฟิกเรื่องนั้นมันเรยไม่ใช่คู่ชินสเตนะคับ เพราะไม่งั้นเราก็จับให้2คนนั้นเจอกันแล้วดิ จะให้มันคลาดกันทำไม...

    ตอนแรก เราก็ไม่ได้จะชอบสเตล่าเร้ยย เพราะเป็นตัวละครที่เราเห็นว่า สีผมกะชุดมันไม่เข้ากัน(เกี่ยวมั๊ย) และปกติเราก็ไม่ชอบตัวละครหญิงอยู่แล้ว แต่สุดท้ายได้คอสซะนี่...ก็เรยชอบไปโดยปริยาย คือถ้าคอสตัวละครที่ไม่ชอบจะแต่งไปทำไมใช่มะ?

    และเพราะเหตุนี้ ก็เลยอยากเห็นพวกสเตล่าออกโรงบ่อยๆ อีกอย่างจะได้ฟังเสียงพี่เนโอด้วย อั๊ยยย

    ส่วนเรื่องชินสเต เราก็แค่อยากรู้ว่า2คนนี้จะเจอกันได้ยังไง เพราะไม่มีทีท่าว่าจะคู่กันได้เลย ถ้าไม่ดูจากOPทั้ง 2 ตัว

    ก็นับว่าเป็นคู่นอร์มอลคู่แรกที่ดูแล้วไม่ขัดตา แถมยังแอบเชียร์ด้วยซ้ำ...

    แต่มันเริ่มทวีความชอบจากOPที่โหลดมามะวานนี่ซิ ยังเปรยๆกะ Ajimaว่าอยากได้ฟิกเกอร์ชินกะสเตล่ามาตั้งคู่กัน ทั้งที่ตอนแรกเรากะเอาแค่นู๋สเตล่าเท่านั้น (เรยหุ้นซื้อมะได้เลย โทดน้าา) และดูท่าเราจะกลับคำพูดหลังจากที่ได้พบถนนสายสีม่วงเหมือน 3 ปีก่อนซะแล้ว...

    เส้นทางYที่เราเคยคิดว่าเป็นสายวันเวย์ ตอนนี้เราดันเจอป้ายยูเทิร์นซะนี่ แหม่...เราก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่นี่นะ

    เพราะงั้นอย่าแปลกใจนะคับว่าไอ้นี่มันไปกินอะไรผิดสำแดงมารึปล่าวถึงได้แต่งฟิกนอร์มอลออกมา แต่เราก็ยังวายเข้มข้นอยู่น้าา ตอนนี้แค่ออกมานอกเส้นทาง แปร๊บบเดียวเอ๊งงง!!

    ตอนนี้ได้แต่ดูซี้ดแล้วร่ำร้องอยู่ในใจ เมื่อไหร่ 2 ตัวนี้จะได้เจอกันซะที(โว้ยย!!)

    อ่อใช่ ได้ฟังเพลง Toki no sabaku ของ Arisaka Mika แล้วหลังจากโหลดเก็บไว้มานานแสนนาน เพราะ+เศร้าเป็นบ้าชอบๆ เพิ่งจะรู้ว่าคนๆนี้เค้าก็ร้องเพลง Getsumei Fuuei เพลงจบของ Juuni Kokki ด้วยแฮะ ถึงว่าสไตล์การร้องมันคุ้นๆ

    สุดท้ายขอทิ้งความเห็นส่วนตัว: หุ่นแซ็คของมีอาน่าเกลียดเป็งบร้าเร้ยยยย ชมพูแปร๊นขนาดนั้น ซันไรซ์คิดยังไงของเค้านะ

    แต่เพลงของมีอาก็เพราะอีกแบบแฮะ...

    By [S]ilver[M]oon

    ++ Posted at 5:29 PM | 5 comments ++

     

    February 20, 2005

    Lunch at J-Avenue

    วันนี้ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในย่านJ-Avenue อยู่แถวทองหล่อมาคับ

    ที่จิงพาหมาไปอาบน้ำที่นั่นคับ ส่วนข้าวเที่ยงเป็นของแถมฆ่าเวลารอรับพวกมัน (ดู๊ หมาเรายิ่งใหญ่มาจากไหน...)

    ร้านอาบน้ำหมาอยู่ชั้น3 ส่วนเราก็ไปกินข้าวที่ชั้น2

    ตัว J ใน J-Avenue ก็เข้าใจอ่ะนะว่าคงย่อมาจาก Japan แต่ก็ไม่ต้องญี่ปุ่นจ๋าถึงขนาดเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นติดกัน 4 ร้านก็ได้

    ร้านแรกก็เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ ร้านที่2 เน้นไปที่อุด้ง ร้านที่3เป็นร้านราเม็ง ร้าน4มะรุอ่ะ มะมีเมนูอยู่หน้าร้าน ส่วนร้านที่5 เดินไปไม่ถึงหน้าร้าน แต่ชอบชื่อมัน Chine-Chine (จิงๆเป็นร้านอาหารจีน แต่ถ้าอ่านชื่อร้านแบบญี่ปุ่นก็ ชิเนะๆ เราไม่รู้หรอกนะว่า chi แบบนี้ มันอ่านยังไง รู้แต่ว่ามันจะออกเสียงต่างกะ shi ถ้ายึดหลักโฟเนติกที่เรียนมา ch เวลาออกเสียง ลิ้นต้องแตะที่ปุ่มเหงือกด้านบนเสียงเลยจะสั้นกว่า เหมือนเวลาพูด จ แต่ออกมาเป็น ช อ่ะ ส่วน sh ก็ออกธรรมดา เสียงยาวกว่า) ที่บอกว่าชอบชื่อมัน เพราะมัน chi-ne เกือบๆพ้องกะคำว่า shi-ne ไง เหอๆ

    เราเข้าไปกินร้านที่2 ชื่อ J-food tabeta

    ถ้ามองจากข้างนอกร้าน ดูไม่รู้หรอกว่ามันขายอาหารญี่ปุ่น เพราะข้างในตกแต่งแบบเรียบๆโทนขาวดำออกแนวตะวันตก เผินๆจะนึกว่าขายพวกอาหารอิตาเลียนซะอีก แต่พอเข้าไปข้างในเสียงพนักงานตะโกนพร้อมกันว่า อิรัชไชมาเซะ!! เหมือนจะบอกว่าที่นี่ร้านอาหารญี่ปุ่นนะ

    ในร้านเปิดเพลงแจ๊ส จะดูเข้ากั๊นเข้ากันกว่านี้ถ้ามันเป็นแจ๊สญี่ปุ่น...

    ก็เป็นเรื่องปกติที่จะเจอพนักงานพูดต้อนรับกับขอบคุณพร้อมกันเวลาเข้า-ออกร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ที่นี่มันมีอย่างนึงที่ทำให้เรารำคาญมากๆ นั่นคือคำว่า ไฮ๊ ของพวกพนักงาน

    เราไม่รู้ว่าที่อื่นจะมีแบบนี้รึป่าว แต่ว่าที่ร้านนี้เวลาพ่อครัวทำอาหารเสร็จ เค้าจะวางอาหารไว้ที่เคาเตอร์แล้วพูดว่า โอเนไงชิมัส! แบบว่าอาหารเสร็จแล้ว เอาไปเสิร์ฟทีดิ

    แล้วพนักงานในร้านไม่ว่าจะอยู่ซอกเหลือบมุมตรงไหนของร้าน จะพร้อมใจกันตะโกนว่า ไฮ๊!!

    คือถ้าพนักงานมีกัน2-3 คนเนี่ยก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ทั้งร้านมีกับเกือบ 10 คนแล้ว ไฮ๊ ดังมาก ไม่รู้จะไฮ๊ อะไรกันมากมาย ไฮ๊บ่อยมากก แถมไฮ๊แล้ว ยังไม่มีใครเอาอาหารที่เสร็จมาเสิร์ฟจนกว่าเวลาจะผ่านไปซักพัก คงไฮ๊กันเพลินละซิ แต่มันหนวกหูง่ะ

    แล้วที่ทึ่งก็คือ พ่อครัวบางคน ขี้อาย คงกลัวลูกค้าบางคนจะมองว่า ทำเป็นพูดญี่ปุ่น แดะว่ะ เลยพูด โอเนไงชิมัส ด้วยเสียงเบามากๆ แต่คุณพนักงานที่อยู่อีกฟากของร้าน ยังอุตส่าห์ ไฮ๊ ตอบกลับมาได้ แล้วไฮ๊อยู่คนเดียวด้วยนะ คนอื่นเค้าไม่ได้ยิน แต่คนๆนั้นได้ยินอยู่คนเดียว โอ้ว ทำไปด้ายย (ที่เราได้ยิน เพราะเรานั่งอยู่หน้าเคาเตอร์น่ะ)

    แถวทองหล่ออ่ะของกินเยอะนะ อยากให้มาเที่ยวกันจัง....

    ข้อคิดที่ได้จากเครื่องดื่มของที่ร้านTabeta: กาแฟเย็นเพียวๆ สีเหมือนโค้กมาก อย่าเพิ่งซดโฮก จนกว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร....

    By [S]ilver[M]oon

    ++ Posted at 2:40 PM | 6 comments ++

     

    Back to S+S