++ D I A R Y ++

 

N E I G H B O U R
  • Tanok
  • Kiyono
  • Nuinthelewen
  • Whitewingzero
  • Zeryu
  • Mercutery
  • Row
  • Aki
  • MIKEmomo
  •  

    R E C E N T + P O S T
  • Gundam Seedd 23 [Spoiler!!]

  • DN vol.3!!!

  • The Incredibles

  • Gundam Seed owaranai ashita e

  • I got it!!

  • ทายซิ วันนี้เราไปเที่ยวไหนกันมาเอ่ย?

  • Brother?

  • Chubby! Chubby!

  • Other G-seedd figures!! Hoshiiii!!!

  • Constantine!!!

  •  

    A R C H I V E
  • 10/24/2004 - 10/30/2004
  • 10/31/2004 - 11/06/2004
  • 11/07/2004 - 11/13/2004
  • 11/14/2004 - 11/20/2004
  • 11/21/2004 - 11/27/2004
  • 11/28/2004 - 12/04/2004
  • 12/05/2004 - 12/11/2004
  • 12/12/2004 - 12/18/2004
  • 12/19/2004 - 12/25/2004
  • 12/26/2004 - 01/01/2005
  • 01/02/2005 - 01/08/2005
  • 01/09/2005 - 01/15/2005
  • 01/16/2005 - 01/22/2005
  • 01/23/2005 - 01/29/2005
  • 01/30/2005 - 02/05/2005
  • 02/06/2005 - 02/12/2005
  • 02/13/2005 - 02/19/2005
  • 02/20/2005 - 02/26/2005
  • 02/27/2005 - 03/05/2005
  • 03/06/2005 - 03/12/2005
  • 03/13/2005 - 03/19/2005
  • 03/20/2005 - 03/26/2005
  • 03/27/2005 - 04/02/2005
  • 04/03/2005 - 04/09/2005
  • April 2, 2005

    ประสบการณ์ขโมยขึ้นบ้านครั้งแรก

    เป็นการอัพไดย้อนหลังหลายวัน แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่มีแรงจะอัพ จะออนอะไรทั้งนั้นเนื่องจากคอมข้าพเจ้าเดี้ยงอยู่ ออน msn ได้ไม่นานก็จะแฮงค์ เปิดเว็บไม่ได้แล้วตอนนี้ ทำได้อย่างเดียวคือนั่งไรท์ข้อมูลออก ตอนนี้ (วันที่โพสจริงคือวันที่ 7 เม.ย.) ไรท์ข้อมูลออกเกือบหมดแล้วเหลืออีกนิดหน่อย คาดว่าคงจะได้ format วันนี้ล่ะ พอดีพักเที่ยงเลยมีเวลามานั่งพิมพ์ไดเสียหน่อยเพราะอาจมีบางคนที่ยังไม่ทราบเรื่องจะได้อ่านในไดไปทีเดียวเลย

    เรื่องของเรื่อง คืนวันศุกร์ (1 เม.ย. วัน April Fool พอดีเลย โว้ว!) เราก็กลับบ้านตามปกติ routine ของเราก็คือ กลับเข้าบ้าน ถอดรองเท้า เอากระเป๋าถือแขวนไว้ตรงเก้าอี้ที่เราเล่นคอมประจำ (แต่ช่วงนี้ไม่ได้เล่นเนื่องจากมันเดี้ยง) หยิบมือถือออกมา เอาซองหนังยัดกลับในกระเป๋า (แต่ไม่ได้รูดซิปปิดนะ) แล้วก็ไปกินข้าว ขึ้นห้องนอนอะไรประมาณนี้ ทำยังงี้เป็นประจำทุกวัน คืนวันศุกร์ก็เหมือนกัน กินข้าวเสร็จก็ขึ้นห้องนอนไปนอน ไม่ได้ลงมาข้างล่างเลย คือมันไม่ค่อยสบายด้วย หวัดเพิ่งออกฤทธิ์เลย แบบเจ็บคอมาก ก็เลยเข้านอนเร็วหน่อย ตื่นเช้ามาแบบมึนๆ เตรียมตัวไปทำงาน ก็เดินลงมาข้างล่างจะไปเปลี่ยนกระเป๋าเป็นกระเป๋าสะพายอีกใบที่แขวนอยู่ตรงเก้าอี้เดียวกัน ก็พบว่า

    กระเป๋าถือใบสีชมพูหายไป!!!

    เริ่มวิตกแล้วสิ เดินหาทั่วบ้านแบบกระวนกระวายใจเล็กๆพลางคิดทบทวนดูว่าเราหลงลืมไปวางไว้ที่ไหนหรือเปล่า แต่คิดแล้วก็ไม่มีนะ จำได้แม่นๆว่าก็ทำเหมือนปกตินั่นแหละ ช่วยกันหากันหมดบ้าน มีใครคนนึงบอกว่า หมาคาบไปรึเปล่า ไอ้เราก็ เออนะ มันจะคาบไปทำแม้วอะไรล่ะ... จนหายังไงก็ไม่มีร่องรอย เริ่มใจเสีย ออกไปเดินหานอกบ้านก็ไม่มี สักพักบ้านตรงข้ามเขาเห็นเราวุ่นวายๆก็มาถามว่า เกิดอะไรขึ้น พี่เลี้ยงเราก็บอกไปว่ากระเป๋าเราหายไป ไม่รู้มีใครเข้ามาขโมยรึเปล่า สักพักพี่เลี้ยงเด็กบ้านนั้นก็บอกว่าเนี่ย เมื่อเช้าเก็บซองมือถือได้ที่ตรงหน้าประตูบ้านเรา ใช่ของเรารึเปล่า พี่เลี้ยงก็หยิบมาให้ดู ปรากฏ ใช่เลย... เลยทำให้เราแน่ใจว่า มีขโมยขึ้นบ้านเราแน่นอนแล้วคงทำหล่นไว้ตรงหน้าบ้านนั่นล่ะ ของในกระเป๋าถือของเราก็มีกระเป๋าตังค์ ที่มีบัตรต่างๆเพียบ กับเงินสดประมาณ 900 (เพิ่งกดมาเมื่อวันพฤหัส) แล้วก็ยังมีสมุดบัญชีธนาคารเอเซีย กับ กสิกรไทยอีก นอกนั้นก็ของจุกจิก เครื่องสำอางค์ หวี อะไรแบบนี้

    น้องชายเราก็ทำตัวเป็นโคนันไปสำรวจกำแพงบ้านบริเวณนั้น พบร่องรอยใบไม้ที่ปรกกำแพงอยู่ มีร่องรอยหัก ฉีก เป็นรอยใหม่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้แน่ๆ ตรงกำแพงก็มีรอยเปื้อนๆ เลยเดาเอาว่า มันปีนทางกำแพงหนีไปทางหน้าบ้านนี่แหละ แล้วต้องเป็นการหนีอย่างรีบร้อนเพราะซองหนังมันตกอยู่ กระเป๋ามันไม่ได้รูดซิปปิด มันรีบก็เลยทำหล่นไว้ (นี่ เป็นไงล่ะ วิเคราะห์ออกมาเป็นฉากๆ) เราก็สันนิษฐานว่าขโมยมันต้องไม่ใช่พวกขโมยมืออาชีพแน่เพราะของอย่างอื่นในบ้านอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ทีวี เครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ กระทั่งกล้องดิจิตอลที่วางอยู่บริเวณเดียวกับกระเป๋า หรือแม้กระทั่งกระเป๋าถือของแม่ที่วางบนเก้าอี้ใกล้ๆก็ยังอยู่ดี ก็เลยคิดว่าไอ้ขโมยตัวนี้ (ขอเรียกเป็นตัวเหอะนะ คำว่า "คน" หรูไปสำหรับมัน) น่าจะเป็นพวกมือสมัครเล่นแบบว่าร้อนเงิน และที่แน่ๆ ต้องเป็นคนที่เคยเข้าออกบ้านนี้มาก่อน รู้ว่าจะปีนเข้าออกทางไหนได้ ตรงไหนมีอะไร อะไรแบบนี้ สรุปก็เลยไปลงที่คนงานซึ่งเคยมาทาสีบ้านเราเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้มันกำลังทำบ้านอีกสองบ้านถัดไปอยู่

    แต่ ณ ขณะนั้นเราแบบว่าต้องปลงแล้วไง มันไม่มีหลักฐานอะไรจะไปมัดตัวมันได้ว่ามันเป็นคนขโมย อีกอย่างคนงานก็มีหลายคน คนไหนก้ไม่รู้ เช้าวันเสาร์ที่เราทำได้ก็คือ โทรอายัดบัตร atm ของธนาคารเอเซีย พร้อมกับทราบว่าเงินอยู่ครบ โล่งใจ ส่วนสมุดบัญชีต้องไปทำวันจันทร์ เสร็จก็วิ่งไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแถวที่ทำงาน แจ้งแค่ว่ากระเป๋าตังค์หายแถวๆนี้ เพื่อจะเอาใบแจ้งความไปช่วยในการออกเอกสารใหม่ อย่างพวกบัตรประชาชน แล้วก็ atm อื่นๆ ที่ต้องใช้เอกสารแจ้งความ ดีว่ามีน้องชายไปด้วย ช่วยได้เยอะมากๆ ต้องขอบคุณมันจริงๆ จากนั้นเราก็วิ่งไปทำบัตรประชาชนที่ที่ทำการเขตบางรัก ได้บัตรปชช.มาพร้อมกับรูปหน้าเราแบบมึนๆ วิ่งกลับมาทำงานถึงเที่ยง แล้วไปเจอพรรคพวกที่ Siam เพราะนัดจะไปพาหุรัดกัน แต่เราขอแว่บไปธนาคารกสิกรที่มาบุญครอง เพื่อจัดการอายัดบัตรกับสมุดแล้วก็ออกใหม่ ได้มาเรียบร้อย แล้วค่อยไปพาหุรัดด้วยความโทรม คงเพราะไม่สบายอยู่แล้วมาเจอเรื่องแบบนี้มันก็เลยหงอยๆไป ตอนเย็นได้แวะคิโนะก็สอบถามเรื่องบัตร เพื่อนบอกว่าออกใหม่ได้ไม่เป็นไร เลยกะว่าจะมารับบัตรคราวหน้าแล้วก็เอาหนังสือที่สั่งไว้ด้วยเลย

    กลับบ้านมาคุยกับแม่ แม่บอกว่า จากที่เราถามแม่ว่า ตอนแม่นั่งดูทีวีอยู่คนเดียวมีอะไรแปลกๆมั้ย อย่างเช่นประตูบ้านเปิดไว้ไรเงี้ย เค้าก้บอกว่าเค้านั่งนึกแล้วมีช่วงนึงเค้าไปเข้าห้องน้ำตอนนั้นก็ดึกพอสมควรแล้วล่ะ ซึ่งช่วงเวลาที่เค้าไปเข้าห้องน้ำก็แค่แป๊บเดียวนะ พอออกมาเค้าเห็นประตูบ้านมันเปิดอ้าอยู่ ก็นึกแค่ว่าหมามันมุดๆเข้ามารึเปล่า พอมองแล้วว่าหมาไม่อยู่ในบ้านเค้าก็ปิดประตูไม้แล้วล็อคกลอนโดยไม่ได้คิดอะไร ก็เลยคาดว่าไอ้ขโมยมันมาตอนนั้นล่ะ สามารถจริงๆ...

    ตอนนี้เราก็ปลงๆแล้วว่าของคงไม่ได้คืนหรอก ดีไม่ดีก็ไปกับรถขยะที่เข้ามาเช้าวันนั้นพอดี ป่านนี้คงโดนอัดเป็นก้อนขยะไปแล้วมั้ง พวกบัตรสำคัญๆก็จัดการเกือบหมดแล้ว ส่วนพวกบัตรร้านค้าก็คงต้องทำใจ อันไหนทำใหม่ได้ก็ทำ อันไหนไม่ได้ก็ต้องช่างมัน คงไม่ไล่ทำใหม่หมดอ่ะเพราะไม่ไหวเยอะเกิน บางบัตรยังใช้ไม่คุ้มค่าสมัครเลยมั้ง แต่ทำไงได้ แอบเสียดาย Gift Voucher ของ Central สองใบที่อยู่ในกระเป๋า ใบละสองร้อย กะว่าจะเอาไปซื้อลิปของ Shiseido วันนั้นแหละ แต่ก็ต้องชวดไป เฮ้อ จากนี้ก็คงต้องระวังให้มากกว่านี้ ตอนนี้เราก็ไม่กล้าเอากระเป๋าไว้ตรงเก้าอี้หน้าคอมอีกแล้ว พวกของมีราคาอื่นๆก็จะเก็บให้พ้นตา เพื่อความปลอดภัย บ้านก็ล็อคเร็วขึ้นกว่าเดิม ขอให้คราวนี้เป็นประสบการณ์ขโมยขึ้นบ้านครั้งแรกและครั้งเดียวก็แล้วกัน ไม่ใช่เสียดายของนะ แต่เราเป็นห่วงคนในบ้านมากกว่า

    ของยังหาใหม่ได้ แต่คนหาใหม่ไม่ได้หรอกนะ

    By InSilence

    ป.ล. ขออภัยหากไดนี้ยาวจนท่านขี้เกียจอ่าน มันเก็บกดน่ะ...-_-''

    ++ Posted at 12:31 PM | ++

     

    C O M M E N T S
    ดีแล้วคับที่คนในบ้านไม่เป็นอะไร

    เงินทองเป็นของนอกกายคับ
     

    Post a Comment

    Back to S+S