++ D I A R Y ++

 

N E I G H B O U R
  • Tanok
  • Kiyono
  • Nuinthelewen
  • Whitewingzero
  • Zeryu
  • Mercutery
  • Row
  • Aki
  • MIKEmomo
  •  

    R E C E N T + P O S T
  • //G-seedd Fiction//

  • Kuso~!!!!

  • Bya Bye

  • Doujinshi Festival 2005

  • Oh! Anime!!!

  • Stomachache +_+

  • Hagaren Figure! >_<

  • Ichigo~

  • Train Crash!?

  • Tokimeki Memorial girl’s side 2 !?

  •  

    A R C H I V E
  • 10/24/2004 - 10/30/2004
  • 10/31/2004 - 11/06/2004
  • 11/07/2004 - 11/13/2004
  • 11/14/2004 - 11/20/2004
  • 11/21/2004 - 11/27/2004
  • 11/28/2004 - 12/04/2004
  • 12/05/2004 - 12/11/2004
  • 12/12/2004 - 12/18/2004
  • 12/19/2004 - 12/25/2004
  • 12/26/2004 - 01/01/2005
  • 01/02/2005 - 01/08/2005
  • 01/09/2005 - 01/15/2005
  • 01/16/2005 - 01/22/2005
  • 01/23/2005 - 01/29/2005
  • 01/30/2005 - 02/05/2005
  • 02/06/2005 - 02/12/2005
  • 02/13/2005 - 02/19/2005
  • 02/20/2005 - 02/26/2005
  • February 12, 2005

    Strike!!

    ป่าวๆ ไม่ได้พูดถึงกัมดั้มซี้ด แต่srtikeที่ว่าคือประท้วงต่างหาก

    อันนินทากาเลเหมือนเทแกลบ(?) ที่จริงไม่ได้อยากจะว่าอะไรหรอกนะ แต่เราทนทำงานของอาจารย์คนนี้ไม่ไหวแล้วอ่ะ

    เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ว่า เราต้องเรียนวิชา Composition หรือก็คือวิชาการเขียนกับอ.ชาวต่างชาติ ทว่าอ. ว(นามสมมติ) ดันมาสอนแทน ด้วยเหตุผลที่ว่าเค้ากำลังทำโปรเจคทดลองการสอนเพื่อจะคว้าใบปริญญาเอกจากUnited Stateและต้องการกลุ่มนิสิต(ผู้โชคร้าย) เป็นเสมือนตัวทดลองเรียน ซึ่งก็คือsecของเรา กะอีกsecนึง

    เรื่องที่เราจะเรียนตลอดทั้งเทอมนี้คือ Argumentative essay อ.บอกว่าเป็นการเขียนที่ยากที่สุด เพราะเราต้องมีข้อมูลปึ้กๆ รวมทั้งวิธีที่จะจูงใจผู้อ่านให้เห็นด้วยกับเราด้วย ตอนเรียนแรกๆ เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรเข้าหัวเร้ยยย คาดว่าวิชานี้คงไม่แคล้วCแน่ๆ ดูคนอื่นเค้าตั้งอกตั้งใจฟังอาจารย์ดีจัง ห้องเรียนเงี๊ยบ เงียบ...

    ที่เราอคติวิชานี้เพราะงานที่อ.เค้าให้ทำทุกอาทิตย์ เริ่มจากjournalที่ต้องเขียนส่ง แบบว่าWhat did you study? What did you learn? อะไรเทือกนั้น หลังๆพอส่งessay ที่เป็น 1st draftไปแล้ว เรางี้ยิ่งโก๊ดขี้เกียจทำงานเค้าเลย เพราะจะเริ่มเข้าสู่การrevision

    ปีที่แล้ว การ reviseของอ.คนเก่าคือพวกแกรมม่า แต่กับ อ.ว คนนี้ เค้าบอกว่าแกรมม่าไม่ใช่การrevise แต่เป็น edit

    Revise ที่แท้จริงคือการเรียงcontent กะ ideaของessay ของเรา พูดง่ายๆ คือแก้มันทั้งหมดจนกว่าอ.เห็นว่าโอเคนั่นแหละ

    พอเริ่มrevise ก็เริ่มมีพวกแบบสอบถามมากมายให้กลับไปทำ อันนี้เลยล่าสุดที่เรากำลังทำอยู่ เปิดมาข้อ1 ถามว่า อะไรที่นร.คิดว่าจะเปลี่ยนในessayของตัวเอง ก็ลิสออกมาเป็นข้อๆ พอมาข้อสอง นร.คิดจะเพิ่ม ลด หรือแก้ไขอะไรในessay ของนร.

    มันต่างกะข้อ1 ตรงไหนน่ะ....

    แล้วทุกข้อมันก็จะเป็นแนวๆนี้หมด คือถ้าไม่เกรงใจอ. จะตอบว่า “เหมือนข้อที่แล้ว” ก็ยังได้ คำถามมันซ้ำๆอ่ะ จะถามไปทำมายย

    แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เราถึงได้รู้ว่าไม่ได้มีแต่เราที่คิดแบบนี้คนเดียวแฮะ เราเพิ่งจะรู้จากเพื่อนว่าเมื่อ 2 อาทิดก่อน อีกsecนึงที่เรียนกะอ.คนนี้ เค้าstrike ยก sec เริ่มจากว่านร.ผู้กล้าคนนึงลุกขึ้นพูดเรื่องงานของอ. รวมทั้งบอกว่าจะไม่ทำงานของอ.อีกแล้ว เพราะมันเยอะ(เยอะจิงๆนะ)และก็ยากด้วย เมื่อได้ยินเช่นนั้น อ.ก็ตอบกลับหน้าตาเฉยว่า
    “นร.ไม่ทำ อ.ก็ไม่จบซิคะ”

    โอ้วว จอร์จจ!! แม่พิมพ์ของชาติ!!! เห็นนักเรียนเป็นแค่เครื่องมือในการเรียนจบด๊อกเตอร์รึนี่!!??

    นอกจากนี้ อ. ยังพูดเป็นภาษาอังกฤษ (นึกว่านร.ฟังไม่ออกละมั๊ง) ประมาณว่า พวก youเหมือนBuffalo

    ทั้งหมดนี้เพื่อกระดาษ 1 แผ่นที่เรียกว่า Doctor’s degree

    คือจริงๆ เรื่องนี้เพื่อนคนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้ว แต่เราไปตกหลุมที่ไหนก็ไม่รู้ เรยรู้ช้ากว่าคนอื่น และเพราะเหตุผลที่ว่ามา ในอาทิดที่แล้ว ในsecเราก็เริ่มstrike บ้าง นั่นคือเริ่มคุยแบบไม่เกรงใจอ. และนั่นก็ทำให้รู้ว่าเพื่อนเราทุกคนในsec เบื่ออ.คนนี้ขนาดไหน

    วันจันทร์นี้ก็ต้องเรียนของอ.คนนี้อีก ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง...แต่ตอนนี้งานของเรายังไม่เสร็จเรย555

    ว่าแล้วก็ไปทำต่อดีกว่า....

    ...นอกเรื่อง พอดีว่านั่งดูรูปงานโดจินเฟส แล้วเจอะรูปนี้พอดี



    เข้ากะฟิกเรื่องข้างล่างเรยแฮะ เหอๆๆ

    [S]ilver[M]oon

    ++ Posted at 11:27 PM | ++

     

    C O M M E N T S
    ทำใจว่าอาจารย์มีหลายแบบนะ หลายคนที่สอนไม่ถูกใจ หรือไม่รู้เรื่อง ถ้าทนได้ก็ทนๆไปเหอะ มันจะจบแล้ว หมดเทอมก็ไปแล้ว แต่ถ้าเค้าแบบ ..ไม่ไหวเกินไป ทำไม่ถูกแล้วเรามีหลักฐานจริง จะสไตรค์ก็ทำได้เหมือนกัน คิดว่าบ้านเราก็น่าจะประชาธิปไตยได้แล้วนะ อืม.. สู้ๆนะคะ พี่ปุ๊กเอง
     
    สู้ๆนะน้องเต้ คนเรามีหลายรูปแบบทนไปล่ะ เขาเป็นอาจารย์เราทำอะไรไม่ได้หรอก ยิ่งแสดงออกมากจะโดนเหม็นขี้หน้าไปเปล่าๆ ตั้งใจทำงานของเราให้ดีที่สุด อีกไม่นานก็จะจบแล้ว สู้ๆนะจ๊ะ / พี่ริว
     
    อย่างที่เค้าว่าแหละ ก็คิดซะว่าเดี๋ยวก็จบแล้ว ก็ทนๆเจ๊เขาหน่อย เราจะได้จบด้วย ไปทำอะไรมาก ดีไม่ดีเราไม่จบ ซวยเลยต้องเรียนใหม่อีกเสียเวลานะ คนบางคนก็มีอะไรอย่างงี้แหละ ความเห็นแก่ตัวมันไม่ค่อยเข้าใครออกใคร แนะนำว่า ทำใจ เป็นคำตอบสุดท้าย...
     
    เต้ ท่าจะอึดอัดมากแฮะ ระบายซะยาวเรย เหอะๆ เรามาช่วยซ้ำ ไม่รู้เป็นไรเนอะsecพวกเราเนี่ยวิชาwriting เจอแต่อ.ประเภทนี้ ไม่รู้สึกว่าได้พัฒนาทักษะการเขียนเล้ย ขอเสริมๆ วันก่อนอ.ได้เลือกนร.บางคนไปสัมภาษณ์ตัวต่อตัว ก้อเพื่องานของอ.นั่นแหละ เราก้อเข้าไปนั่งให้เค้าถาม แล้วคำถามของเค้าแต่ละข้อเนี่ย ไม่รู้จะตอบยังไงดี เช่น คุณใช้กลยุทธ์ใดในการrevise คุณมีการวางแผนอย่างไรในการrevise เราตอบมันเหมือนกันนั่นแหละ จะเอากลยุทธ์อะไรนักหนากะชั้นฟะ ตรูนึกอะไรได้ก้อเขียนไปนั่นแหละ แล้วมีพอเราตอบเสร็จ อ.ก้อพูดออกมา "เฮ้อ!! ข้อต่อไป" อ.ไอ้เฮ้อเนี่ยมันหมายความว่าไง คำตอบเรามันไม่น่าพอใจขนาดนั้นเลยเรอะ แล้วเค้าก้อพูดออกมาดังมาก จะให้เด็กนร.รู้สึกไงฟะเนี่ย แล้วไอ้แผนการrevise ของอ.เนี่ย เค้ามีself-question ให้ทำ คำถามประมาณว่า คุณคิดว่าessay คุณมีประสิทธิภาพมั้ย คุณคิดว่าessayคุณยังขนาดข้อมูลตรงไหน ควรจะเพิ่มอะไรเข้าไปอีก----คือว่า ถ้าหนูรู้ว่าควรทำอะไรที่มันดีกว่านี้ หนูก้อทำไปแล้ว ใครจะทำห่วยๆส่งไปแล้วค่อยทำดีๆตอนrevise หล่ะ แล้วจะให้หนูเติมอะไรอีก ที่หนูทำทีแรกมันก้อสุดความสามารถแล้ว(เฟ้ย) โอ้ย มีเรื่องอีกเยอะอ.คนนี้ จริงๆคนก่อนหน้านี้compo1 ก้อมีเยอะ เม้าท์ได้10วัน10คืน จะตกนรกมั้ยเรา--จริงๆคงตกไปนานแล้ว เหอะๆ พอดีกว่า
     

    Post a Comment

    Back to S+S