++ D I A R Y ++

 

N E I G H B O U R
  • Tanok
  • Kiyono
  • Nuinthelewen
  • Whitewingzero
  • Zeryu
  • Mercutery
  • Row
  • Aki
  • MIKEmomo
  •  

    R E C E N T + P O S T
  • Opening Gundam Seedd Shin-Stellar Ver.

  • Lunch at J-Avenue

  • อีกหนึ่งวันกับการเสียทรัพย์

  • ผู้ชาย กล้าม และ...

  • Today is…

  • ช่วยด้วย โดนปล้น!!

  • Strike!!

  • //G-seedd Fiction//

  • Kuso~!!!!

  • Bya Bye

  •  

    A R C H I V E
  • 10/24/2004 - 10/30/2004
  • 10/31/2004 - 11/06/2004
  • 11/07/2004 - 11/13/2004
  • 11/14/2004 - 11/20/2004
  • 11/21/2004 - 11/27/2004
  • 11/28/2004 - 12/04/2004
  • 12/05/2004 - 12/11/2004
  • 12/12/2004 - 12/18/2004
  • 12/19/2004 - 12/25/2004
  • 12/26/2004 - 01/01/2005
  • 01/02/2005 - 01/08/2005
  • 01/09/2005 - 01/15/2005
  • 01/16/2005 - 01/22/2005
  • 01/23/2005 - 01/29/2005
  • 01/30/2005 - 02/05/2005
  • 02/06/2005 - 02/12/2005
  • 02/13/2005 - 02/19/2005
  • 02/20/2005 - 02/26/2005
  • November 20, 2004

    Origi Private Cos ^^

    วันนี้ตื่นมาก็ถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านกะน้องหมาอีก 2 ตัว เพราะทั่นแม่พาคุณน้องสาวที่รักยิ่งไปเรียนพิเศษที่สยาม กว่าจะกลับก็บ่ายโน่น หลังจากหม่ำปาท่องโก๋ที่ใครก็ไม่รู้ซื้อทิ้งไว้เป็นข้าวเช้าแล้ว ก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากเรานิหว่า(ตอนเช้า สมองช้า..) เรยรีบขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วคว้าเชิ้ตขาว กางเกงดำ โค้ทดำ พร้อมกะดาบญี่ปุ่น เพราะเราจะ...

    ออริจินอลคอสส >o<

    แต่ก็ไม่อยากเรียกว่าคอสเท่าไหร่ เพราะชุดมันโก๊ดธรรมดาเรย แต่เอาน่า นี่เป็นครั้งแรก ไว้ต่อๆไปจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หึๆๆ จิงๆใส่บู้ทด้วย แต่ทุกรูปที่ถ่าย เห็นแค่ครึ่งตัว -_-“ ร้อนก็ร้อน เพราะสตูดิโอแรกที่ถ่ายคือ...ไม่อยากบอกเรยแฮะ มันคือห้องน้ำอ่ะ เหอๆ เพราะกำแพงมันดูน่าจะใช้ได้ แถมขาตั้งกล้องก็ไม่มี ต้องใช้กระเป๋าแทน น่าเศร้ายิ่งนัก...

    สตูดิโอที่ต่อไป...คือห้องนอนเค้าเอง และขาตั้งกล้องเปลี่ยนจากกระเป๋าเดินทางมาเป็นหมอนที่ยัดโฟมเม็ดๆอยู่ข้างใน มันก็ใช้ได้นะเพราะจัดปรับมุมองศากล้องได้สะดวกเหมือนกัน ไม่เชื่อลองดูจิ...

    อันนี้เป็นในห้องน้ำ



    อันนี้ในห้องนอน




    พอเข้ามาถ่ายในห้องนอนที่เปิดแอร์ถอดโค้ทออก แต่ตอนถ่ายที่ห้องน้ำดันใส่โค้ท...ไม่เข้าใจ -"-

    มันก็หนุกดีนะ แต่เหนื่อยอ่ะ ไว้เสาร์หน้าเอาใหม่ เหอๆ ^^'

    By [S]ilver[M]oon


    ++ Posted at 9:33 PM | 6 comments ++

     

    November 18, 2004

    New Passport

    วันนี้ตื่นไปทำงานเช้าปกติ แอบสายเล็กน้อยเพราะคนที่อาบน้ำก่อนมาปลุกเราช้า ตอกบัตรได้ตัวแดงเลย ฮืออออ นั่งทำงานได้ไม่นานก็ต้องรีบแจ้นออกไปกับน้อง ไปไหนเหรอ? ก็ไปทำพาสปอร์ทใหม่น่ะสิ เนื่องจากว่าต้นปีหน้าเขามีโครงการจะไปประชุมที่ต่างประเทศกัน แม่ก็เลยจะให้น้องกับคนที่ทำงานอีกคนไปทำพาสปอร์ทซะ เตรียมๆไว้น่ะ ส่วนข้าพเจ้า แม่มาถามว่า จะไปด้วยมั้ย ไหนๆเค้าก็จะไปแล้วจะได้ไปทำซะเลยสิ เผื่อๆเตรียมๆไว้ แบบว่าแม่คงรู้แหละว่าเราคิดๆอยากไปญี่ปุ่นปีหน้า แบบว่าพูดบ่อยมากกกก ก็เลยบอกให้ไปทำซะ ก็สบายเรา พาสปอร์ทมันหมดอายุตั้งแต่ปีที่แล้วแน่ะ เล่มนี้มีแต่วีซ่าญี่ปุ่นสองครั้ง ไม่มีอย่างอื่นเลย เสียดายถ้าได้ไปปีหน้าจริงๆก็อยากให้มันมีวีซ่าเก่าอยู่ในเล่มเดียวกันไปเลย จะได้เห็นๆว่า เออเคยไปนะ ให้ฉันไปเถอะ รับรองไปแล้วกลับแน่ๆ 555

    ออกจากออฟฟิสประมาณสิบโมงกว่า เกือบแย่เพราะคนขับรถเขานึกว่าที่ทำพาสปอร์ทมันเป็นที่เก่าเมื่อสมัยเรายังเด็ก คงได้ข้อมูลเก่ามา ก็เช็คกันไปมาว่าสรุปมันทำที่ไหนก็ได้ความว่า ทำที่กงสุล อยู่แถวๆหลักสี่ (จริงๆมันทำได้หลายที่ แต่คนขับเค้าสะดวกที่นี่มากที่สุด)ไปถึงก็ตะลึงลาน โอ้ว มันใหญ่โตมากเลย ดูไฮโซกว่าสมัยก่อนเยอะมากกกกก ทึ่งๆๆๆ เค้าทำแบบว่า เป็นจุดๆ ให้เราไปยื่นบัตรตามจุดต่างๆ เป็นขั้นๆ ทีแรกก็ยื่นบัตรประชาชนก่อน เค้าก็เอาไปคีย์ๆข้อมูล กดปั๊บ ข้อมูลกะรูปในบัตรประชาชนเราก็ออกมาปั๊บ เราไม่ต้องกรอกอะไรเลย แค่ตรวจๆว่าข้อมูลถูกมั้ย ก็ไปช่องต่อไป จ่ายเงินค่าถ่ายรูป 70 กว่าบาท เดินไปถ่ายรูป นั่งไม่ทันก้นร้อน เอียงคอนิดๆหน่อยๆ ก็เสร็จ ออกมา เดินไปจ่ายเงิน 1000 บาท ค่าทำหนังสือเดินทาง แล้วก็เดินไปกรอกข้อมูลพวกเบอร์ติดต่อ กับเซ็นชื่อ แค่เนี้ย........ ใช้เวลาจริงๆไม่เกินชม. ครึ่งชม.หรือ 40 นาทีประมาณนั้น เร็วมากๆ ทึ่งๆๆๆๆ จริงๆคงกลับถึงออฟฟิสเร็วกว่านี้ถ้าไม่ต้องรอน้องชายที่มีปัญหานิดหน่อยเพราะจะเปลี่ยนตัวสะกดชื่อภาษาอังกฤษ พนักงานคงงงๆ มึนๆ ผิดขั้นตอนปกติที่ทำ เลยงงกันไปหมด กว่าจะเสร็จ แต่ก็ถือว่ารวมๆแล้วใช้เวลาไม่มากเลย วันจันทร์ค่อยไปรับหนังสือตัวจริง เร็วดีจังเร้ย

    อา อย่างน้อยนี่ก็เป็นขั้นตอนแรกของการไปญี่ปุ่นล่ะ หวังว่าโปรเจคนี้คงไม่ล่มไปหรอกนะ...

    By InSilence

    ++ Posted at 10:01 PM | 5 comments ++

    Gomen~

    หายไปจากหน้าไดฯซะนานเริ่มสำนึกได้ว่ากลับมาเขียนซักหน่อยดีกว่า พี่เค้าอุตส่าห์ยอมเหนื่อยทำส่วนตรงนี้ให้ จะทำเป็นไม่สนใจก็กระไรอยู่ ก็ขอโทษนะคับที่ไม่ค่อยได้เขียนเลย งี๊ด~

    เช้านี้รู้สึกอากาศเริ่มเย็นๆ อ่า...คงใกล้เข้าหน้าหนาวแล้วซินะ แต่ความรู้สึกดีใจอันน้อยนิดนี้ต้องหายไปพลัน เมื่อได้ประสบกับแสงแดดแรงกล้าเจิดจ้าข้างนอก กะจะให้คนในประเทศเป็นเนื้อแดดเดียวหรืออย่างไร ร้อนจิ๊บ...
    นึกว่าถ้าอากาศเย็นๆ จะชวนเพื่อนๆพี่ๆไปนั่งหม่ำหนมปัง&สตอร์เบอรี่ชอร์ทเค้กของนากามูระที่สวนเบญจฯ วันอาทิดย์นี้ซักหน่อย เซ็งเรย...-"-

    ตอนขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน เจอฝาหรั่งคนนึง อายุประมาณ20ปลายๆละมั่ง กำลังอ่านอะไรซักอย่าง ตอนแรกเราก็เห็นเป็นปกสีดำๆมีลายสะท้อนแสง แต่พอดูดีๆ มันไม่ใช่หนังสือแต่เป็นกล่องแผ่นเกมอะไรซักอย่างของGamecube ท่าจะแผ่นแท้ด้วย อู้ววว แอบหรูๆ รถไฟก็แล่นไป ฝาหรั่งคนนั้นก็อ่านคู่มือที่แถมกะเกมไป เราก็มองเค้าไป(ไปยุ่งกะเค้าทำไม...) แล้วพอดี๊พอดี ก็เหลือบไปเห็นหนุ่มไทยอีกคน อายุคงพอๆกะฝรั่งคนนั้นแหละที่อยู่ฝั่งตรงข้างกำลังอ่านหนังสือFluffy Club(แมกกาซีนเกมออนไลน์) สองคน สองเชื้อชาติ แม้จะไม่รู้จักกัน แต่สนใจเรื่องที่คล้ายๆกัน นี่มันก็รู้สึกดีแฮะ... บางคนอาจมองว่าเรื่องเกมมันเป็นอะไรที่ไร้สาระ แต่ขอโทษนะ ไอ้ไร้สาระที่ว่าเนี่ย มันกำลังกุมตลาดด้านการบันเทิงของสหรัฐฯอยู่ในช่วง2-3ปีที่ผ่านมา พูดง่ายๆคือ มีคนหลายคนที่รวยเละเป็นเศรษฐี เพราะผลิตสิ่งไร้สาระพวกนี้แหละ และต้องมีคนในนั้นจำนวนไม่น้อยเลยที่เมื่อก่อนก็คงเคยเป็นลูกค้าซื้อเกมไปเล่นบ่อยๆ...จิงป้ะ?

    การพูดความจริงมันเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าคนรับฟังอาจจะต้องเสียใจ แต่ก็อยากให้รู้ว่าคนพูดเองนั้นกลับเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย เพียงเพราะคำพูดของตัวเอง...

    By [S]ilver[M]oon

    ++ Posted at 8:48 PM | 1 comments ++

     

    November 17, 2004

    This is my battle-field!

    หลังจากพร่ำบ่นเรื่องที่ทำงานมานานพอสมควร ก็เห็นว่าน่าจะเปิดตัวโต๊ะทำงานอันแสนรกให้ได้ยลกันสักที (ใครอยากดูเหรอ?) เป็นโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษ และของมากมายตั้งแต่ถ้วยน้ำ เครื่องคิดเลข โทรศัพท์ กระดาษโน้ต เครื่องเขียน กระทั่งน้ำปลา(?????) บางคนอาจจะงงว่า มันไปอยู่บนโต๊ะได้ยังไง สาเหตุก็เพราะที่ทำงานนี่จะนิยมกินอาหารกลางวันกันบนออฟฟิส ก็กินกันหน้าคอมนี่แหละเนื่องจากว่าทำงานกันเหนื่อย พอพักก็ไม่ค่อยอยากเดินไปไหน ก็จะให้ป้าแม่บ้านไปซื้อมาให้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลายๆคนมาอยู่ที่นี่จะอ้วนเอาอ้วนเอา (ข้าพเจ้าก็กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น) ก็นั่นแหละ น้ำปลาก็เลยกลายเป็นสิ่งจำเป็นประจำโต๊ะไป (รวมทั้งพริกทอดของโปรดด้วย เหมาะไว้กินกับก๋วยเตี๋ยว)



    นี่ไง โต๊ะทำงานของข้าพเจ้า รกดีมะ...ที่เห็นคลุมเก้าอี้สีแดงๆนั่นก็เสื้อคลุมเอ็ดไง เหอๆ (ล้อเล่น)


    เพราะความที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน วันๆนั่งมันอยู่ที่โต๊ะ ก็เลยรู้สึกว่า น่าจะทำให้โต๊ะมีอะไรจรรโลงใจสักนิ๊ดดดดดส์ ก็เลยกลายเป็นที่มาของตุ๊กตาผ้าที่ห้อยอยู่ใต้ชั้น (ส่องกันเห็นมั้ย? ที่ดำๆชมพูๆ) จากนั้นก็ตามมาด้วยกาจาปองฮางะเร็น ทีแรกมีแค่สองตัวคือรอยกับฮอวค์อาย เวลานั่งทำงานเซ็งๆ ก็จะมองเจ้าสองตัวนี้แหละ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น แล้วเมื่อวานก็ได้กาจาปองฮางะเร็นเซ็ทใหม่มาจากพี่แก้ว (ขอบคุณมากค้าบบบบ) ก็เลยได้ฤกษ์เอาเอ็ดกับฮิวจ์มาสถิตย์ด้วย ดูกลมกลืนมากราวกับมาชุดเดียวกันแน่ะ ตอนนี้บนจอคอมก็คึกคักไปด้วยกาจาปองสี่ตัว ดูแล้วสบายใจดี อย่างน้อยก็ได้เห็นอะไรที่ชอบมั่งล่ะต่อไปนี้เป็นประมวลภาพทั้งสี่ตัว



    อา... ความสุขเล็กๆน้อยๆ... ใครเดินผ่านไปมาก็คงคิดในใจ ไอ้นี่มันบ้าการ์ตูนจริงวุ้ย เป็นพี่ของน้องๆหลายคนที่นี่ แต่ทำตัวไม่ได้ดูเป็นพี่เรยน้อเรา เหอๆๆ เอาเหอะ คนมันใจเด็ก ทำงายด้ายยย~~~~ ;P

    By InSilence


    ++ Posted at 10:41 PM | 2 comments ++

     

    November 16, 2004

    Hagaren Gajyapon! >_<

    วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เหน็ดเหนื่อย... โทรศัพท์เยอะเป็นปกติ แต่มาบวกกับความที่ ง่วงๆ เบลอๆ นอนไม่พอติดต่อกันเป็นอาทิตย์ ก็ทำให้เราสามารถหงุดหงิดกับอะไรง่ายๆ แต่ยังดีที่ระดับดีกรีความเซ็งมันไม่มากเท่าไหร่ ลูกค้าก็รอดตัวกันไป ไม่งั้น หึๆๆ กลางวันพักเที่ยงกินข้าวหน้าคอมตามเดิม แต่กินเสร็จไม่มีแรงจะทำอะไร แบบว่าเบลอมากก็เลยฟุบหลับมันหน้าคอมน่ะแหละ เลิกงานห้าโมง เราก็เคลียร์งานต่อจนเย็นถึงได้รีบแจ้นไปเวิลด์เทรดเพราะนัดเจอพี่แก้ว ไปสายนิโหน่ย แหะๆ ไปรับสมุดภาพ Seed RGB มา ตอนนี้ยังนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง เดี๋ยวเถอะ จะเปิดดูก่อนนอน ไว้เจอกัน...

    ประเด็นหลักที่นัดเจอพี่แก้วก็คือ เอาแผ่น Prince of Tennis Musical ไปให้พี่แก้ว แต่เราดันงี่เง่าเอามาดูกับคอมมะคืนแล้วลืมเก็บใส่กล่อง ผลปรากฏ ให้พี่แก้วไปสองกล่อง มีกล่องนึงไม่มีแผ่น เหอๆๆ (คราวหน้าๆไม่พลาดแน่ เซ็งตัวเองอย่างรุนแรง -_-'') พร้อมทั้งรับกาจาปองที่พี่แก้วอุตส่าห์ไปซื้อมาให้ แบบว่า หนักมากกก เพราะสองชุด (ชุดนึงมี 6 ตัว) สุ่มแกะดูหนึ่งตัว แบบว่า โอ้ววววววว รายละเอียดเยอะมาก สวยด้วย แบบคุ้มอย่างรุนแรง ว่าแต่เราจะเอาไปไว้ไหนดี อันเก่ายังหาที่ให้ไม่ได้เรย... เดี๋ยวไว้จะหาที่อยู่ให้น้า รอหน่อยๆ ส่วนสองตัวที่ฝากซื้อเพิ่มจะเอาไปไว้หลังจอคอมที่ออฟฟิส หุๆๆ ไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูคราวหน้าว่าสภาพโต๊ะทำงานเราเป็นยังไง (ประจานซะงั้น)

    ได้ดูSeed Desฯ ตอน5 แล้ว ขัดตาช็อตในห้องนอนจริงๆ ทำไม ทำไม ทำม๊ายยยยยยยย >_<

    "ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง... แกล้งทรมานให้เห็นยัยนี่..."
    (นึกถึงเพลงประกอบเรื่องคู่กรรม)

    บ้าไปแล้ว... แต่อิซาคที่โผล่มานี่แบบ เท่ไม่ไหวแล้ว อา...โผล่มาเยอะๆนะ ส่วนหนุ่มชุดเขียวนั่นถือเป็นของแถม (น่าสงสารมั้ยเนี่ย เด็กยกกระเป๋าคนนี้) แต่บอกตามตรง ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเลยว่ามันอะไรกันยังไง หรือเราจะง่วงเกินไปหว่า สงสัยต้องนอนเร็วๆมั่งแล้วสิ

    อ้อ ก่อนไป เอารูปมาฝากที่สัญญาไว้ ถ่ายกับพี่น้อยที่น่าร้าก ซบเต็มที่ หึๆ (กระแดะซะ)


    ขอบคุณพี่ปลาสำหรับรูปนี้นะฮับ *chu*

    By InSilence

    ++ Posted at 11:59 PM | 4 comments ++

     

    November 15, 2004

    What a _uck day!!

    เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งตกใจไป ไม่ใช่ตัวอักษรที่ทั่นๆคิดกันหรอก เราไม่นิยมF wordน่ะ ...

    วันจันทร์อีกแล้วว นี่เราต้องทนไปอีก 4 วันกว่าจะถึงวันเสาร์เรยรึนี่ ฮือออ ตื่นมาก็มาคุเข้าครอบงำ เพราะโรคกระเพาะมาเยือนอีกครา...แต่ยังดีที่มันไม่เป็นหนักเท่าไหร่ พอทนไหวแต่ก็รำคาญนิดหน่อย แถมง่วงมาก วันนี้ง่วงมากๆ เมื่อคืนหลับคาหนังสือเลย (ผลของการดู 8 milesก่อนท่องหนังสือ) ตื่นมาศัพท์แสงกระเด็นออกจากหัวหมด การบ้านก็ยังไม่เสร็จ 555 (บ้าไปแล้วว)
    เข้าเรียนด้วยบรรยากาศง่วงๆ เป็นคนที่ถ้าง่วงแล้วจะเงียบๆเหมือนโกรธอะไรอยู่ จิงๆแล้วไม่ใช่นะ เพียงแต่สมองมันยังไม่สั่งการเท่านั้นแหละ เช้าไปมันยังนอนมะเต็มที่...
    ตอนเช้าเรียนcomposition งานตรึมเยย เย้!! ให้เขียนส่ง 2 งาน โฮกก!! รู้ตัวเรยว่าต้องได้มาปั่นคืนวันเสาร์แน่ๆ เพราะคืนวันอาทิตย์เอาไว้ทำงานญี่ปุ่นที่จะส่งวันจันทร์ เหอๆ (เจริญล่ะ...)
    ตอนเที่ยง ยังคงปวดกระเพาะตุ่ยๆอยู่ เลยฝากเพื่อนซื้อน้ำส้ม แต่เพราะน้ำส้มมันหมด เค้าเรยซื้อกาแฟมาให้แทน(เพราะเห็นเรากินทุกเที่ยง) อยากจะโวยแต่ก็ไม่เอาดีกว่าไหนๆก็รบกวนให้ซื้อให้ อีกอย่างก็ไม่ได้บอกไปด้วยว่ากำลังปวดท้องอยู่ เลยปล่อยเลยตามเลย กินกาแฟก็ด่ะ(แม้จะไม่ควรก็ตาม...)
    ตอนบ่ายเรียนญี่ปุ่น ก่อนเข้าเรียนก็ท่องศัพท์เป็นการใหญ่ ส่วนการบ้าน...ช่างมัน ยังดีที่อ.ออกศัพท์ที่จำได้ เลยพอเขียนได้ และการบ้าน อ.ลืมเอาเฉลยมาเลยต้องเอาไว้อาทิดหน้า ฮ้าา โชคช่วย...
    เรียนๆไป ไอ้ที่ปวดท้องก็หายไปแล้ว แต่เรียนไม่รู้เรื่อง55 เหมือนเรียนแล้วไม่เข้าหัว ที่แย่กว่านั้นคือ ไอ้โรคปวดหัวลึกลับมันกลับมาอีกแล้ว...ที่เรียกว่าลึกลับเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรถึงปวดหัว แถมปวดได้หลายแนว ทั้งแบบปวดตุ้บๆ ปวดจี๊ด ปวดทั่วทั้งหัว หนุกดีแท้...
    แล้วก็เลิกเรียน เย้!! จะได้กลับบ้านซะที นึกว่ามันจะหมดแล้ว แต่ก่อนออกจากรถไฟฟ้า ดันเจอเด็กรร.อะไรซักอย่างยืนขวางประตู ไอ้เราก็นึกว่ามันจะลงประตูนี้ แต่เปล่า มันยืนเฉยๆประหนึ่งว่าถ้ามันไม่ออกก็ห้ามใครออก หลอกตรูให้ยืนหลังมันนิ... พอออกมาได้ก็รอทั่นแม่มารับที่สถานี รอได้นานพอสมควร มือถือก็ดังพร้อมกับสารจากทั่นแม่ว่าวันนี้แท็กซี่กลับนะ....
    ....วันหลังรอให้กลับถึงบ้านก่อนแล้วค่อยบอกก็ได้นะ...

    พอถึงบ้านก็หงุดหงิดๆ แต่ไม่รู้จะบ่นกะใคร จะบ่นกะหมา มันก็หงายท้องให้เกาพุงลูกเดียว เลยขึ้นข้างบนนั่งเฉยๆ เปิดคอมฯฟังเพลงไปเรื่อยๆ จนอารมณ์ดีขึ้น....นี่เพราะเสียงนู๋เรียวมะนะเนี่ย อิๆ

    แล้วก็จบไปอีกวัน...ไดฯวันนี้ไม่มีอะไรเรยนอกจากบ่นๆๆๆแล้วก็บ่นๆๆๆ เหอๆ ถ้าทำให้เซ็งก็ขอโต๊ดนะค้าบบ

    By [S]ilver[M]oon

    ++ Posted at 11:58 AM | 1 comments ++

     

    Back to S+S